เปิดเบื้องลึกศึกชิงช่องแคบฮอร์มุซ ตัวประกันเศรษฐกิจที่ทั่วโลกต้องจับตา
ในปัจจุบันนี้ นานาประเทศ กำลังเฝ้าติดตาม สถานการณ์ ระหว่างประเทศ ใน เมืองหลวงของปากีสถานอย่างใกล้ชิด การเจรจานี้ ไม่ใช่เพียงแค่ รายงานข่าวทั่วไป แต่ ทุกแถลงการณ์ ทุกย่างก้าว ของเหล่านักการทูต และ คณะผู้แทน ที่เดินทางมารวมตัวกันในกรุงอิสลามาบัด กำลังเป็นตัวแปรสำคัญในการ ทิศทาง ว่า ราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทานสินค้า และ ระบบเศรษฐกิจโลก จะขับเคลื่อนไปในทิศทางใดในอนาคตอันใกล้ สำหรับ ประชากรยุคใหม่ ที่อาจจะ รู้สึกว่า ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาเป็น ปัญหาระยะไกล จำเป็นต้องทำความเข้าใจใหม่ว่า ไม่ใช่แบบนั้นเลย ตราบใดที่ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็น เส้นทางคมนาคมหลัก ในการขนส่งน้ำมันดิบเกือบ หนึ่งในห้า ของโลก ยังคงเผชิญกับ ภาวะหยุดชะงัก ผลกระทบ ตั้งแต่ ราคาพลังงานในชีวิตประจำวัน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึง ค่าใช้จ่ายของภาคอุตสาหกรรม ของผู้ประกอบการไทย ย่อมหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้อย่างแน่นอน
การทำความเข้าใจภูมิหลัง ต้องศึกษา เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปี ซึ่งเป็นชนวนเหตุ โดยชนวนเหตุสำคัญ เริ่มต้นขึ้นจากการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ที่เป็นประวัติการณ์ ต่อประเทศอิหร่าน โดยมีเป้าหมายหลัก โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร โครงการนิวเคลียร์ และระบบขีปนาวุธ นำไปสู่ความสูญเสีย ต่อบุคคลระดับสูง แน่นอนว่า ทางฝั่งอิหร่านได้ทำการ ตอบแทน ด้วยการส่งจรวดและโดรนโจมตี พื้นที่ยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาด ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ ของตลาดพลังงานโลก ในทันที
หลังจากที่สถานการณ์ความตึงเครียด ดำเนินมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ประเทศ ปากีสถานก็ได้ก้าวเข้ามา แสดงบทบาท เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย ที่ทั้งสองฝ่ายให้ความไว้วางใจ จนกระทั่งสามารถ บรรลุข้อตกลง มาตรการหยุดยิงชั่วคราว เพื่อสร้างโอกาส นำไปสู่กระบวนการเจรจาโต๊ะกลม ครั้งประวัติศาสตร์ ในกรุงอิสลามาบัด โดยมีการหารือยาวนาน หลายสิบชั่วโมง แต่ ในท้ายที่สุด ก็ยังไม่สามารถ เกิดข้อสรุปที่ลงตัว
สำหรับการพบปะ รอบแรกที่เมืองหลวงของปากีสถาน เต็มไปด้วย คณะผู้แทนระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญ จากวอชิงตันและเตหะราน โดยทางฝั่งสหรัฐฯ ได้ส่งทีมงาน จำนวนมาก ที่นำโดยผู้บริหารระดับสูงและทูตพิเศษ ในส่วนของ คณะผู้แทนของอิหร่านก็ประกอบด้วย แกนนำคนสำคัญ ทว่า ประเด็นหลักที่ทำให้การหารือ ต้องหยุดชะงัก มีอยู่สองประเด็นใหญ่ ที่ยากจะประนีประนอม คือ:
ความไม่ลงรอย ในการเจรจารอบดังกล่าว ชี้ให้เห็น ช่องว่างทางความคิด ที่ยังคงห่างไกล แม้ว่าจะมีรายงานข่าวว่าทั้งสองฝ่าย มีความเป็นไปได้ที่จะ บรรลุข้อตกลงในบางหัวข้อแล้วก็ตาม แต่ด้วยเงื่อนไข เชิงลึก ทำให้โต๊ะเจรจาในรอบแรก ไม่อาจสร้างปาฏิหาริย์ได้
เมื่อเข้าสู่ ช่วงเวลาต่อมา สถานการณ์ทางการทูต ทวีความซับซ้อนและ น่าติดตามมากยิ่งขึ้น มีรายงานว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ได้ก้าวเข้าสู่ พื้นที่เจรจาในปากีสถาน แต่กลับมีกระแสข่าว จากทางโฆษกอย่างเป็นทางการ ที่ระบุว่า ยังไม่มีกำหนดการที่จะประชุม แบบเผชิญหน้า กับทางคณะผู้แทนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทางด้าน ทำเนียบขาวเองก็ได้ออกแถลงการณ์ว่า ผู้แทนระดับสูง มีความพร้อมที่จะเดินทางไป รับฟังข้อเสนอ ทว่าสถานการณ์กลับพลิกผันในนาทีสุดท้าย
ประธานาธิบดี ได้ประกาศยกเลิก ภารกิจการทูต อย่างกะทันหัน พร้อมระบุว่า ข้อเสนอและเอกสารที่ได้รับจากฝั่งตรงข้าม ยังขาดความชัดเจน และไม่คุ้มค่ากับการเดินทางระยะไกล และได้เสนอให้ใช้ระบบ การสื่อสารผ่านช่องทางโทรศัพท์ และการทูตทางอ้อมแทน ความพลิกผันนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานข่าวว่า คณะผู้แทนของอีกฝ่าย ได้ถอนตัวจาก เมืองหลวงปากีสถานไปแล้ว ส่งผลให้การพบปะ ต้องสิ้นสุดลง สะท้อนถึงวิกฤตศรัทธาทางการทูต
การจะประเมิน ถึงความสำคัญอันยิ่งใหญ่ของพื้นที่แห่งนี้ จำเป็นต้องศึกษา ลักษณะทางภูมิศาสตร์และบทบาทของ ช่องแคบฮอร์มุซ อันเป็นช่องแคบ ที่มีความกว้างเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร ในจุดที่แคบที่สุด แต่ทำหน้าที่เป็น เส้นทางหลัก ของพลังงานน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ สู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก คิดเป็นสัดส่วนมหาศาล ของปริมาณ การค้าพลังงานทั่วโลก ประเทศในแถบเอเชียและยุโรป ต่างต้องพึ่งพา เส้นทางคมนาคมนี้ ในการคมนาคมขนส่ง
ในช่วงที่เกิด วิกฤตการณ์ปิดล้อมทางทะเล และการตรวจสอบเรือสินค้า ความขัดแย้งในพื้นที่ ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากมีการเพิ่มกำลังทหาร ซึ่งทางหน่วยงานความมั่นคง ได้ประเมินว่า กระบวนการในการเคลียร์พื้นที่และการกู้ภัย ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งปี อันส่งผลให้ ต่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถ ลงนามในข้อตกลง ตามไปดูที่นี่ ในวันนี้ การคมนาคมขนส่งทางทะเล ให้กลับมา เป็นปกติและปลอดภัย จำเป็นต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล
ในท่ามกลาง วิกฤตการณ์ที่ซับซ้อนนี้ บทบาทที่น่าสนใจ คือความพยายามของประเทศปากีสถาน ในการเป็นสะพานเชื่อม แม้ว่าที่ผ่านมาปากีสถาน อาจไม่ใช่ ผู้ไกล่เกลี่ยหลักในเวทีการเมืองระดับโลก แต่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้นำรัฐบาลและกองทัพ สามารถรักษาความสัมพันธ์และ ช่องทางการสื่อสาร กับทั้งทางฝั่งวอชิงตันและเตหะราน อย่างเหนียวแน่น
การผลักดันนี้ ถูกเรียกว่า "กระบวนการอิสลามาบัด" ซึ่งมุ่งหวังที่จะ เปลี่ยนการหารือแบบเฉพาะกิจ ให้กลายเป็น กรอบความร่วมมือและการทูตในระยะยาว อันเป็นปัจจัยบวก เพราะมันหมายความว่า ถึงแม้ว่าโต๊ะเจรจาในปัจจุบันจะว่างเปล่า แต่ช่องทางในการติดต่อและ โอกาสในการสร้างสันติภาพ ยังคงเปิดกว้างอยู่เสมอ ซึ่งเหล่านักลงทุนและ ภาคธุรกิจทั่วโลก ยังคงต้องติดตาม อย่างใกล้ชิดต่อไป